โรงเรียนบ้านวังหิน

หมู่ที่ 6 บ้านบ้านวังหิน ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-404248

ปัญหาการพูดของเด็ก ทำให้ขาดความมั่นใจ และหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ปัญหาการพูดของเด็ก ทำให้ขาดความมั่นใจ และหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ลูกของคุณกำลังประสบ ปัญหาการพูดของเด็ก เหล่านี้หรือเปล่า
  • พูดไม่ชัด
  • ไม่ได้ยิน
  • ไม่เข้าใจขณะฟัง
  • ขาดสมาธิกัฐศฺ๋.ที่กำลังฟังอยู่
ปัญหาการพูดของเด็กทำให้ ขาดความมั่นใจ และหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้น บทความนี้จะช่วยให้เด็กๆ กล้าที่จะพูดเพื่อสื่อสาร และมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เพราะการฟังเป็นทักษะที่สำคัญมาก เรียนรู้เพราะถ้าเด็กฟังไม่ได้ก็ฟังไม่ชัด หรือไม่ตั้งใจฟังให้ดี อาจทำให้

เคล็ดลับในการปรับปรุง ปัญหาการพูดของเด็ก

  1. นั่งสมาธิ
โดยการทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอ เด็ก ๆ สามารถได้รับการฝึกฝนให้จดจ่อกับสิ่งที่พวกเขาได้ยิน โดยอาจเริ่มจากช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 5 นาทีต่อวันก่อน จากนั้นให้เพิ่มเวลาเป็น 10 นาที หากทำได้ เนื่องจากเด็กๆ มักไม่ค่อยมีเวลาจดจ่อกับงาน จากนั้นสมาธิของพวกเขาก็จะหายไป ทำให้เด็กไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือสิ่งที่กำลังฟังอยู่แต่กลับเริ่มคิดเรื่องอื่นแทน ดังนั้นการทำสมาธิจะเพิ่มสมาธิในการฟัง เรียน หรือทำงานเป็นเวลานาน และช่วยกันลดระดับของพวกเขาอยู่ดี
  1. ฝึกความเข้าใจในการฟัง
ฝึกความเข้าใจในการฟังบ่อยๆ หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน ให้เลือกเรื่องราว และอ่านให้บุตรหลานฟัง จากนั้นถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เราอ่าน เช่น การถามชื่อตัวละคร ถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ หรือถามถึงบทสรุปสุดท้ายของเหตุการณ์ที่เพิ่งได้ยิน หากเด็กฝึกทักษะนี้ซ้ำๆ จะทำให้ทักษะการเข้าใจของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และมันจะช่วยให้เด็กๆ ฟังได้ดีขึ้น จับใจความได้มากขึ้น 3. ปัญหาด้านร่างกาย เด็กที่มีอวัยวะในการพูดบกพร่อง เช่น เด็กปากแหว่งเพดานโหว่ เด็กที่มีลิ้นใต้ลิ้นสั้นกว่าปกติ เด็กที่มีปัญหาการได้ยิน ภาวะนี้อาจทำให้เกิดปัญหาในการพูดในเด็ก เช่น ‘พูดช้า พูดไม่ชัด’ เด็กที่ไม่มีการกระตุ้นที่เหมาะสมหรือโอกาสในการพูด เช่น พ่อแม่หรือพี่เลี้ยงเด็ก ให้เด็กดูโทรทัศน์ ดังนั้นเด็กจึงไม่จำเป็นต้องพูด และจะป้องกันไม่ให้เด็กพูดได้ในที่สุด หรือพูดช้าๆ ในกรณีที่ลูกพูดไม่ชัด คำพูดไม่ชัดเจน เช่น พยัญชนะต้นออกเสียงว่า อ่าง หรือการออกเสียงของแม่ไม่ชัดเจน เช่น ชอบกิน ชอบกิน ชอบกิน กิน “. หรือมีปัญหาการพูดติดอ่าง ซึ่งอาจเกิดจากการขาดรูปแบบการพูดที่ถูกต้อง หรือมีพี่เลี้ยงพูดไม่ชัด ลูกจึงพูดตามเสียงที่ฟังผิด ซึ่งส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็กด้วย เด็กพิการทางสมอง ได้แก่ เด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และเด็กปัญญาอ่อน เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่มีปัญหาด้านการพูด ปัญหาหลักของเด็กกลุ่มนี้คือมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้าและไม่เหมาะสมกับวัย รวมถึงการไม่สามารถโต้ตอบกับเพื่อนในวัยเดียวกันได้ ดังนั้น เมื่อเด็กๆ ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องด้วยสมาธิที่เพียงพอ สมองของพวกเขาก็จะสร้างการเชื่อมต่อระหว่างเส้นใยประสาทที่เกี่ยวข้องกับการฟัง ทำงานร่วมกับส่วนอื่น ๆ ของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ภาษา โปรแกรมจะพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กมีทักษะการฟังที่ดีขึ้น ได้พัฒนาทักษะทางภาษาอย่างตรงจุดและสามารถตั้งใจฟังได้นานขึ้นซึ่งหมายถึง